
อากาศที่มีฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน ฝุ่นพิษนี้สามารถทะลุทะลวงเข้าสู่ทางเดินหายใจเราโดยง่าย เข้าสู่ถุงลมปอดทำให้ อวัยวะภายในร่างกายต่าง ๆได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ปอด หัวใจ และการพัฒนาของสมอง คนหลายกลุ่ม ล้วนมีผลกระทบโดยตรงกับฝุ่นพิษนี้
จะอันตรายมากหากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หัวใจ และสมอง เพราะส่วนหนึ่งผู้สูงอายุจะมีภูมิคุ้มกันลดน้อยลงไปตามวัยและหากยิ่งสูดดมเอาฝุ่นพิษเข้าไปจำนวนมาก สารพิษเหล่านั้นจะเข้าสู่อวัยวะที่สำคัญโดยตรง โรคประจำตัวสามารถเกิดอาการกำเริบหนักและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ เช่นอาการหัวใจวายกำเริบฉับพลัน ถุงลมโป่งพอง หรือภาวะปอดอักเสบก็มีโอกาสเป็นได้
เด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก PM 2.5 รุนแรงที่สุด เนื่องจากในวัยที่ต่ำกว่า 5 ปี ระบบการหายใจและภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ส่งผลให้เจ้าฝุ่นละออง PM 2.5 สามาถซึมลึกเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดได้เร็วกว่าผู้ใหญ่ นั้นก็จะส่งผลทำให้เด็กมีความเสี่ยงเป็นโรคต่างๆมากมายตามมา แบ่งออกได้เป็น ระยะเฉียบพลัน และสะสมระยะยาว
อาการแสดงคือ เด็กมีอาการแสบจมูก แน่นจมูก แสบตา ตาแดง เป็นไข้ได้ ซึ่งหากเด็กมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น หอบหืด หรือภูมิแพ้ อาจอาการกำเริบได้มาก หรือหายใจเร็ว เฉียบพลัน แน่นหน้าอก หรือในกลุ่มผู้ที่ติดเชื้อง่าย อาจจะมีอาการติดเชื้อรุนแรงมากกว่าปกติถึงขั้นไอจามเป็นเลือดได้
คือเด็กจะได้รับสารพิษจากฝุ่น PM 2.5 สะสมมาก ๆ อวัยวะในร่างกายระบบแรกที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงคือ ระบบทางเดินหายใจ อาจทำให้สมรรถภาพปอดลดลง และในระยะยาวกว่านั้น พบว่าอาจเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้ หรือ ทำให้เป็น มะเร็งปอดได้ นอกจากนี้หากเด็กมีการสะสมฝุ่นพิษต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบหัวใจ และหลอดเลือด รวมทั้งพัฒนาการทางสมองของเด็ก สติปัญญาหรือสมาธิได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก สามารถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด ไปสู่ระบบประสาทและสมอง โดยฝุ่นที่เข้าไปนั้นจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบที่บริเวณเซลล์ ต่าง ๆ ทำให้การทำงานของเซลล์ประสาทผิดปกติ